... ...
... ...
Showing posts with label Health News. Show all posts
Showing posts with label Health News. Show all posts

Wednesday, July 15, 2015

อุทาหรณ์! มีอะไรกับแฟนคนเดียวมาทั้งชีวิต แต่เมื่อเขาไปหาหมอ ก็พบความจริง ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล

อุทาหรณ์! มีอะไรกับแฟนคนเดียวมาทั้งชีวิต แต่เมื่อเขาไปหาหมอ ก็พบความจริง ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล
เราอยากจะย้ำกับผู้หญิงทุกคนอีกครั้ง หลังจากได้ไปคุยกับ “มล” ผู้หญิงสวย เก่ง เธอเรียนจบด็อกเตอร์ มีชีวิตที่พร้อมทุกด้าน ตลอดชีวิตมลมีแฟนคนเดียว และวันนี้เขาก็คือสามีของเธอ หลังแต่งงานได้เกือบ 10  ปี มลถึงได้รู้ว่าตัวเองได้รับเชื้อ HPV ที่อาจพัฒนาจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก ทั้งที่เธอไม่มีความเสี่ยงอะไรสักนิดเดียว  
 
คุณก็ติดเชื้อ HPV ได้ถ้า…
 
•    เขาไม่ได้มีเซ็กซ์กับคุณคนเดียว
•    เขาเที่ยวผู้หญิง
•    เขามีเซ็กซ์แบบไม่ป้องกัน
•    เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีเชื้อไวรัส HPV
•    เขาเป็นหูดหงอนไก่
•    เขามีเซ็กซ์ระหว่างมีประจำเดือนกับคุณ
•    คุณไม่ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV 
ฯลฯ 
 
“มล” เรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก และเป็นผู้หญิงที่รักเดียวใจเดียว เธอเคยแอบรักหนุ่มเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งตั้งแต่เรียนมัธยมต้น เวลาผ่านไปจน 10 ปีและแล้วลมก็พัดหวนทำให้มาเจอผู้ชายที่เธอเคยแอบรักอีกทีตอนเธอเรียนปริญญาเอกที่เมืองนอก  และการพบกันครั้งนี้ก็กลายเป็นเรื่องราวมากมายที่เกือบเปลี่ยนทั้งชีวิตของเธอ
 
รักฝังใจตั้งแต่เด็ก
 
เธอกับเขาเจอกันเพราะเขาบินข้ามรัฐมาหาให้เธอช่วยเขาทำรายงานให้ เธอว่าทั้งเต็มใจและรายงานชิ้นนั้นหมูมากสำหรับเธอ แล้วทั้งคู่ก็เป็นแฟนกัน  แต่คบกันไม่นานเธอก็แอบรู้ว่าเขามีผู้หญิงคนอื่น เขาอีเมล์หาผู้หญิงคนอื่นในคืนที่อยู่กับเธอ เธอขอเลิกเด็ดขาด แต่เขาง้อสุดใจจนเธอใจอ่อน หลังจากนั้นก็ทำให้เธอค้นพบว่าจากลูกคุณหนูแบบเขา ตอนนี้กลายเป็นอีกคน เธอต้องช่วยพาเขาหนีตำรวจ ต้องช่วยเขาออกจากแก๊งค้ายา ยอมขับรถข้ามคืนไปชิงตัวเขาออกมาจากเมืองนรก ช่วยให้เขาเลิกยา และทำทุกทางให้เขามีชีวิตใหม่ที่เมืองไทยให้ได้ แต่พอเขากลับถึงเมืองไทย คนแรกที่เขาไปหาคือผู้หญิงคนอื่น!!! 
 
เซ็กซ์ครั้งเดียวกับเขา ทำให้เธอ “ท้อง” 
 
หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ตอนเธอกลับมาเมืองไทยเพราะเขาบอกว่าจะบวช อยากเปลี่ยนเป็นคนใหม่ เธอถึงรู้ตัวว่า “ท้อง” เธอโทรบอกเขา คำแรกที่เขาพูดคือ “ว่าแล้ว” เธอย้อนกลับไปคิดทันทีว่าต้องเป็นครั้งแรกที่เธอมีอะไรกับเขาแบบไม่ตั้งใจแน่ๆ (น้ำองุ่นแดงเป็นเหตุ) คิดได้แค่นี้เธอก็นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว “สุดท้ายเขาไปกราบเท้าแม่เขา สารภาพว่าทำเราท้อง อีกหลายวันผ่านไปเขาโทรมาบอกว่าโอเค เราแต่งงานกัน แต่เขาไม่เคยบอกรักเราเลยนะ เหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เราคิดว่าถ้าเลือกได้เขาคงไม่อยากแต่งงานกับเราก็ได้ เพราะใจจริงแล้วเราเองก็ไม่ต้องการสามีที่เที่ยวผู้หญิงและมั่วหญิงแบบนี้” 
 
ถึงแต่งงาน เขาก็ยังมีคนอื่นเรื่อยๆ
 
ตอนมลท้องได้ 5 เดือนเขายังไปเที่ยวผู้หญิง ก็บอกเขาว่ารับไม่ได้นะ โรคมันเยอะ สกปรก เธอจะเอาโรคมาติดฉัน สัญญาได้ไหม เขาก็บอกว่า “ก็ได้” แต่ก็เป็นสัญญาปากเปล่าเหมือนเคย!!!  แต่เพราะรักลูกเธอเลยทำได้แค่ปิดหูปิดตามาโดยตลอด หลังคลอดลูกได้ไม่ถึงปีเธอต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ  หนึ่งปีนั้นเป็นช่วงเวลาพิสูจน์รักจากเขาด้วย “ใกล้กลับเมืองไทยจริงๆ เราก็บอกเขาว่าเรารู้สึกว่าเธอไม่ได้รักฉัน ฉันไม่อยู่เธอก็ไปเที่ยวกลางคืน ไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้ เรารับไม่ได้ เรา แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น พอลูกโตได้สองขวบแม่เราก็เสีย ตอนนั้นเหมือนเป็นบ้า ไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากทำงาน ขออยู่นิ่งๆ แล้วก็ร้องไห้ เป็นอยู่เกือบปี จนมาเจอธรรมะ มีคนเอาหนังสือมาให้เราอ่าน ทำให้เราได้คิดว่าทำไมเราทำชีวิตตัวเองเหมือนถังขยะ คนที่อยู่รอบตัวเขาก็ไม่อยากเจอหรอกถังขยะ เราก็กลับมาเป็นคนใหม่ ลูกคนโตบอกอยากมีน้อง พ่อก็จัดให้ แล้วก็ติดจริงๆ แต่ตอนท้องลูกคนเล็กได้ 7 เดือนเราก็สังหรณ์ว่าเขาไปเที่ยวผู้หญิง แล้วก็เป็นความจริงอีกแล้ว!!!
 
ผ่านไปเกือบ 10 ปี จากเซ็กซ์ครั้งแรกกับเขา
 
หลังคลอดลูกคนที่สองนี่เอง เธอก็มัวยุ่งแต่กับลูกๆ จนผิดนัดไม่ได้ไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำปีหรือที่เรียกว่าแปปสเมียร์ (Pap Smear Test) แล้วเกือบ 1 ปีจากวันนั้นก็นึกได้ก็เลยไปตรวจ Pap Smear Test ตามที่คุณหมอทำคลอดเคยเน้นย้ำไว้ว่าเว้นไม่ได้แม้แต่ปีเดียว  หลังจากได้ตรวจเจ้าหน้าที่โทรมาบอกผลว่าเซลส์ของคุณที่ปากมดลูกผิดปกติ จะนัดคุณหมอให้ด่วน “แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร รู้แค่ว่าจะนัดให้ด่วนที่สุด แต่พอไปตรวจต้องรอผลอีกสองอาทิตย์ เราอดใจรอขนาดนั้นไม่ไหว เลยโทรถามเพื่อนว่ามีอาจารย์หมอคนไหนเก่งๆ บ้าง ผลตรวจคือเซลส์ที่ปากมดลูกผิดปกติ แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร หมอก็บอกว่าใจเย็นๆ ให้ตรวจเพิ่มก่อนว่าได้มีการติดเชื้อไวรัส HPVไหม”
 
หลังตรวจผลก็คือเธอติดเชื้อไวรัส HPV จริงๆ “ตอนนั้นหน้าเขาลอยขึ้นมาเลย แต่คุณหมบอกว่าเราอาจมีเชื้อมาก่อนก็ได้ เราก็ถามหมอกลับไปว่า…ไหนหมอบอกว่าติดได้ทางเพศสัมพันธ์อย่างเดียวไงคะ หมอเลยซักประวัติเรา ถามเราว่ามีเซ็กซ์ครั้งแรกอายุเท่าไหร่ เคยผ่านผู้ชายมากี่คน เราก็บอกคนเดียว ไม่มีพฤติกรรมสำส่อนค่ะ ทั้งชีวิตมีแฟนมาหลายคนแต่ไม่เคยมีอะไรกัน ถ้ามีเซ็กซ์ก็มีกับสามีคนเดียว ไม่ได้มั่ว ไม่ได้สูบบุหรี่ด้วย หมอบอกว่าช่วงนี้ให้เราดูแลตัวเองดีๆ ให้เราทานผักใบเขียวเยอะๆ ห้ามสูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่ (ถึงสามีจะแอบไปสูบบุหรี่ที่อื่นไม่ได้สูบต่อหน้า แต่ก็จะมีสารพิษจากควันที่ติดเสื้อผ้า ติดผิวหนังมาก สารพิษเหล่านี้ก็ทำให้เธอมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงขึ้นได้) พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด เราบอกหมอไปว่าจะไม่เครียดได้ไงก็คิดเรื่องนี้อยู่ หมอก็บอกว่าไม่ได้นะ เราก็ร้องไห้เลย พอกลับบ้านบอกเขาว่าเราติดเชื้อไวรัส HPV เขาตบไหล่เราสองแปะแล้วไปหาลูก(ไม่แม้แต่จะกอดเพื่อปลอบใจ) แต่เราบอกเขาว่าครั้งหน้าคุณหมอให้เขาไปด้วย เขาก็โอเค” 
 
เพราะลูกทำให้เธอยอม “สู้”
 
ผลตรวจยืนยันว่าร่างกายเธอเคยได้รับเชื้อไวรัสHPVมาก่อนหน้านี้ และร่างกายเธอสร้างภูมิกำจัดเชื้อไวรัสHPVออกไปเอง2-3ครั้งแล้ว แต่พอร่างกายอ่อนแอเชื้อไวรัสที่มีอยู่ในร่างกายก็จะกลับมาทำร้ายเราอีก “หมอบอกว่าเป็นรอยโรคเก่า ไม่ใช่ครั้งแรก ช่วงนี้ร่างกายเราอ่อนแอเชื้อก็จะกลับมาโจมตีเรา ถ้ามีอะไรกันแล้วเกิดเนื้อเยื่อบุฉีกขาด เชื้อจะฝังตัวในระดับเซลส์ เมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอก็จะแย่ลง เนื้อเยื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดี พอมันพัฒนาปุ๊ปทีนี้จะมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งในเวลาต่อมาได้ แล้วหมอก็ขอความร่วมมือจากสามีว่าขอให้ลดละเลิกสูบบุหรี่ ถ้าอยากให้เราหายเขาต้องเลิกบุหรี่ เพราะตัวเขาก็เป็นพาหะนำโรคมีเชื้อไวรัสHPVอยู่ (เพราะคนที่สูบบุหรี่เปรียบเสมือนคนที่มีกาวที่จะจับเชื้อไวรัสHPVไว้กับตัวเขาได้มากกว่าคนอื่น และคนที่เป็น Second Hand Smoker ก็จะเหมือนคนสูบเองเพราะจะเหมือนมีกาวคอยจับเชื้อHPVไว้ได้มากกว่าคนอื่นเช่นกัน)
 
หมอบอกว่าอย่าใช้หมอฟรี ถ้าคนไข้กับคนรอบตัวคนไข้ไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่มีประโยชน์ เขาก็บอกว่าจะพยายาม แต่พอกลับมาบ้านไม่เห็นพูดอะไร เราเลยเปิดใจคุยกัน เขาก็อธิบายถูกทุกอย่างตามที่หมออธิบายนะ แต่เขาก็ยังสูบบุหรี่เป็นว่าเล่น เขาก็บอกว่าเราพูดง่ายแต่เขาทำยากนี่ เขาสูบบุหรี่มาตั้งแต่เด็กๆก่อนที่เราจะแต่งงานกัน เราฟังแล้วเจ็บปวดนะ แล้วเราก็ถามว่ารู้ไหมว่าเราติดโรคนี้เพราะใคร เขาบอกไม่รู้ เราบอกว่าโรคนี้ติดทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น ฉันไม่ได้ไปนอนกับใคร  เขาชี้หน้าเราแล้วพูดว่า  รู้ได้ไงว่าติดมาจากฉัน  เหมือนเราโดนตบหน้าอย่างแรง ถ้าเราเป็นผู้ชายเราคงชกหน้าเขาไปแล้ว เราโกรธมาก แต่พูดกันยังไม่ทันจบดีก็ต้องพาลูกไปแอดมิดที่โรงพยาบาลตอนตีสอง”
 
ต้องรักษาทุกทาง และช่วยคนอื่นด้วย
 
ช่วงนั้นเธอศึกษาข้อมูลไวรัส HPV ทุกทาง แล้วก็ค้นพบว่า “ผู้ชายเป็นพาหะนำโรคแต่ไม่แสดงอาการ ติดแล้วไม่เป็นไร แต่ผู้หญิงติดเชื้อไวรัส HPV แล้วพัฒนาจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ภรรยาส่วนใหญ่ก็ไม่เคยรู้หรอกว่าสามีเคยนอนกับใครมาบ้างและได้เอาเชื้อโรคอะไรติดตัวมาฝากบ้าง เพราะบางโรคมันเป็นโรคเงียบ (Silent Disease)  ตอนนั้นคิดได้อย่างเดียวว่าต้องให้ความรู้คนอื่น จะหายไม่หายไม่รู้ จะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่จะต้องทำให้ชีวิตัวเองให้มีค่ามากที่สุดก่อนตาย จะทำทุกวิถีทางที่จะให้ความรู้กับผู้หญิง ให้ผู้หญิงได้ตระหนักรู้ถึงความร้ายกาจของเชื้อไวรัส HPV และวิธีป้องกันตัวเอง เพราะโรคมะเร็งปากมดลูกไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม แต่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV เท่านั้น” 
สุดท้ายหลังทั้งคู่ยอมลดทิฐิ เปิดใจคุยกับจิตแพทย์ ก็เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น และตอนหลังคุณหมอก็เรียกสามีเธอเข้าไปตรวจร่างกายเพราะเขาบอกว่ามีติ่งเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นกระเนื้อแล้วจี้ออกตั้งแต่ตอนอยู่เมืองนอก แต่ก็ขึ้นใหม่ตลอด จนเขาสงสัย “คุณหมอบอกว่าใช่แล้วค่ะ นี่คือหูดหงอนไก่ หมอสั่งว่าห้ามนอนกับภรรยาเด็ดขาดจนกว่าจะหาย เพราะเขาเป็นทีอัณฑะ” 
 
ทุกวันนี้เธอเขียนบล็อกให้ผู้หญิงทุกคนระวังตัว “เราไม่แคร์หรอกว่าจะต้องบอกคนอื่นว่าเราเป็นอะไร  อย่างตอนแรกที่เราคุยเรื่องนี้ใครๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่พอเราบอกว่าตัวเรานี้แหละติดเชื้อ HPVนะ คนอื่นเช่น รุ่นน้องหรือเพื่อนๆก็กล้าเปิดใจว่าเขาก็ติดเชื้อนี้เหมือนกัน แต่ไม่มีใครกล้าบอก เราก็บอกว่าจะอายทำไม ถ้าฉันสำส่อนสิจะอาย แต่นี่คนเข้าใจผิดกันว่าคนติดเชื้อไวรัส HPV เกิดจากสำส่อน เปลี่ยนคู่นอนหลายๆ คน จริงๆ แล้วไม่จำเป็น เราอาจตกเป็นผู้โชคร้ายจากโรคที่ระคายเคืองเล็กๆ น้อยๆ จนถึงโรคมะเร็งที่ปลิดชีวิตเราได้ อย่าคิดว่าผู้ชายที่ดูท่าทางสะอาดสะอ้านจะไม่นำโรคร้ายมาฝาก” 
เพราะกำลังใจที่ดีมาก และการเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างตั้งแต่อาหารการกิน สภาพจิตใจ การออกกำลังกาย ทำให้อาการของเธอดีขึ้นเรื่อยๆ วันที่เราเจอกันหน้าตาเธอดูสดใสมาก จนไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอผ่านเรื่องร้ายๆ มาขนาดนั้น ตอนนี้เธอหายแล้ว…เซลส์ที่เคยผิดปกติไปกลับมาปกติเหมือเดิมแล้ว โชคดีว่ารู้ตัวเร็วและรักษาทุกวิถีทาง และยังใช้ประสบการณ์ตัวเองบอกต่อคนอื่นอย่างไม่หยุดยั้งด้วย
 
HPV คืออะไรกันแน่?
 
HPV = Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่พบได้ทั่วไปเหมือนเชื้อหวัด ติดเชื้อได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงผ่านการสัมผัส ตั้งแต่มีเพศสัมพันธ์ สัมผัสผิวหนัง ยิ่งถ้ามีรอยถลอกหรือเป็นแผลตรงจุดที่สัมผัสก็ยิ่งทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายง่ายขึ้น
 
HPV มีประมาณ 200 สายพันธุ์ อาจทำให้ติดเชื้อในส่วนต่างๆของร่างกายแล้วกลายเป็น หูดงอนไก่ที่มือ เท้า ริมฝีปาก ทวารหนัก หรือขึ้นทั้งตัว
 
มี HPV ประมาณ 15 สายพันธุ์เป็นชนิดที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะชนิดที่16 หรือ 18 เป็นสาเหตุหลักประมาณ 70% ของมะเร็งปากมดลูก ถ้าเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะเพศแล้วร่างกายสร้างภูมิกำจัดไม่ได้ เซลล์เยื่อบุผิวปากมดลูกจะผิดปกติ ถ้าตรวจไม่พบเชื้อและไม่ได้รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เซลล์ผิดปกติที่ว่าก็จะพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในอนาคตได้ในที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจใช้เวลา 2-10  ปี แต่บางเคสอาจเกิดขึ้นภายใน 1 ปีก็ได้ 
 
การติดเชื้อ HPV มาจาก…
 
เชื้อ HPV เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกค่อนข้างสูง ช่วงแรกๆ ที่เป็นอาจจะมีอาการแค่ “หูด” (หงอนไก่) ขึ้นที่อวัยวะเพศของผู้ชายหรือผู้หญิง แต่เชื้อไวรัส HPV ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา
 
การติดเชื้อ อาจเกิดจากผู้ชายที่เคยมีเซ็กซ์และได้รับเชื้อมาจากคู่นอนที่อาจนำเชื้อ HPV ติดตัวมาด้วยโดยไม่แสดงอาการ ถ้าเขามีเพศสัมพันธ์ครั้งต่อไปก็จะนำเชื้อ HPV มาให้ผู้หญิงอีกคนที่นอนด้วย ถึงแม้เธอจะไม่เคยมีเซ็กซ์กับใครมาก่อน การมีเซ็กซ์กับเขาครั้งเดียวก็ติดเชื้อ HPV ได้แล้ว 
 
อาการของโรค ผู้หญิงที่ติดเชื้อ HPV จะไม่แสดงอาการอะไรเลยในระยะแรก ถ้าไม่ได้ตรวจพบความผิดปกตินี้ตั้งแต่แรก เชื้ออาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ปากมดลูก และพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูกในอนาคตได้ 
 
วิธีป้องกัน 
 
ต้องหาผู้ชายที่ซื่อสัตย์ไม่เคยมีเซ็กซ์กับใครมาทั้งชีวิต (ไม่น่าจะหาเจอง่ายๆ)
ฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ได้ตั้งแต่อายุ 9-26 ปี (ฉีด 3 เข็มต่อเนื่อง) แต่วัคซีนไม่ได้ช่วยได้ 100% เพราะป้องกันโรคที่ติดเชื้อ HPV ได้บางสายพันธุ์เท่านั้น และไม่ได้ช่วยรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ที่ร่างกายมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว  คนที่จะฉีดวัคซีน HPV ให้ได้ผลดีที่สุดคือ ต้องฉีดก่อนได้รับเชื้อ HPV หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกด้วยซ้ำ และตอนนี้ต่างประเทศมีการรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายแล้ว 
ลดความเสี่ยงด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเซ็กซ์กับคู่นอนหรือสามี
ตรวจร่างกายหาการติดเชื้อไวรัส HPV ทุกปี  ด้วยกายตรวจคัดกรอกมะเร็งปากมดลูก หรือ แปปสเมียร์ (Pap Smear) จะช่วยตรวจหาเซลล์มะเร็งและเซลล์ที่ผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้ 
 
วิธีรักษา
 
พยายามอย่าเครียด 
กินผักใบเขียวเยอะๆ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอาหารที่ทาน
ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง เป็นการสร้างภูมิต้านทานไวรัส
ห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาด และอย่าอยู่ในบริเวณที่มีการสูบบุหรี่ 
ให้ผู้ชายสวมถุงยางทุกครั้งที่มีเซ็กซ์ด้วยกัน
ถ้าเจอเซลล์ผิดปกติสามารถรักษาได้ด้วยการจี้เย็น การตัดปากมดลูก
 
Did You Know…?
 
มีผู้หญิงไทยไม่ถึง 10% เท่านั้นที่เคยตรวจแปปสเมียร์ ทั้งที่เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้มาก และรักษาได้ถ้าตรวจเจอเชื้อมะเร็งในระยะเริ่มต้น 
องค์กรอนามัยโลก (WHO) ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่า น่าจะมีผู้ติดเชื้อ HPV ทั่วโลกมากกว่า 630 ล้านคน (9-13%)
แต่ละปีจะมีสาวไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 6,500-7,000 คน และ 40-50% จะเสียชีวิต
ผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกตายวันละ 7-8 คน 



ขอบคุณข่าวจาก cleothailand.com
ที่มา: http://variety.teenee.com/foodforbrain/70630.html


Tuesday, July 7, 2015

สูตรรักษา "สิว" ด้วยสมุนไพร ใกล้ตัว "หอม กระเทียม"


สูตรรักษาสิวด้วยสมุนไพร 
ใกล้ตัว "หอม กระเทียม"


รู้ยัง? กระเทียมรักษาสิวได้นะ
สูตรรักษาสิวด้วยสมุนไพร ใกล้ตัว "หอม กระเทียม"

หลายๆ บทความที่ผ่านมาได้พูดเกี่ยวกับการรักษาสิวไว้เยอะมาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าเรื่องของสิวจะเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆ คน และวิธีทําให้สิวหาย ก็มีหลากหลายวิธี จนเราไปเจอวิธีการใช้กระเทียมรักษาสิว เห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ง่าย ใกล้ตัว และช่วยไ้ด้จริง แถมประหยัดดีอีกด้วย เลยประมวลเทคนิคขั้นตอนที่หลากหลาย มาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันที่นี่ เผื่อว่ามีใครที่สนใจการใช้กระเทียมรักษาสิว เค้าจะได้นำไปใช้ขจัดปัญหาสิวให้กับตัวเอง

บางวิธี มีน้ำมะนาว ก็เอามาผสมกับกระเทียม ก็ลดสิวผด และรอยดำจากสิวได้ แต่กลิ่นกระเทียมอาจจะฉุนนิดนึง แต่เพื่อความสวยก็อดทนนิดนึงนะจ๊ะ เพราะแม้แต่การใช้มะนาวรักษาสิว ก็ลองทำมาละ ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ เพราะรู้สึกใบหน้าเนียนนุ่ม สะอาดใสขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แล้วการนำเอากระเทียมรักษาสิวหล่ะ จะเกิดผลลัพธ์ในด้านใดบ้างนั้น มาอ่านกันเลยจ้า
กระเทียมรักษาสิว

วิธีใช้กระเทียมรักษาสิว
ทาสิวด้วยน้ำกระเทียม
วิธีนี้ง่ายสุดๆ เพียงแค่เอากระเทียมมาโขลกให้ละเอียด หรือเอาไปใส่เครื่องปั่นก็ได้ จากนั้นก็เอามาบีบ เราจะเอาเฉพาะน้ำเท่านั้น เศษเนื้อกระเทียมเอาทิ้งไปเลย เมื่อได้น้ำกระเทียมสดๆ มาแล้ว ก็เอาสำลีมาจุ่ม จากนั้นเอามาทาบริเวณที่เป็นสิว แล้วรอ 30 นาที จึงล้างออก สิวที่เป็นอยู่จะยุบลงอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่าทิ้งไว้นานเกินนะคะ เพราะผิวอาจไหม้ ได้

สิว
วิธีลดรอยดําจากสิวด้วยกระเทียม กับน้ำมะนาว
ก่อนอื่นให้เอากระเทียม (ใช้หอมแดงแทนได้) มาบดให้ละเอียด จากนั้นเอามาใส่ในถ้วยใบเล็กๆ เติมน้ำมะนาวสดๆ ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อให้น้ำกระเทียมกับน้ำมะนาวเข้ากันดี จากนั้นเอาไปกรองด้วยกระชอน หรือผ้าขาวบาง เราจะได้น้ำยาสุดพิเศษแล้วหล่ะ ให้คุณเอามาทาบริเวณที่เป็นจุดดำบนใบหน้า หรือตรงที่เป็นสิวได้เลย สิวจะลดลง และช่วยรักษารอยดำบนใบหน้าที่เกิดจากสิวได้เป็นอย่างดี

ดื่มน้ำกระเทียม
จะเรียกวิธีนี้ว่า เป็นการรักษาสิวจากภายใน สู่ภายนอกก็คงไม่ผิด เพราะเราจะแนะนำให้ดื่มน้ำกระเทียม โดยให้คุณเอากระเทียมมาทุบให้แตก แล้วเอาไปชงในน้ำอุ่น ดื่มวันละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดสิว และรักษาสิวให้กับคุณได้ และเป็นการผสานพลังกับการรักษาสิวที่ใบหน้า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น

รักษาสิวด้วยน้ำกระเทียม + น้ำส้มสายชู

เพียงเอากระเทียมสดๆ ในครัว ที่คุณใช้ประกอบอาหารทุกวันนั่นแหล่ะ มาตำจนละเอียด แล้วนำไปคั้นเอาเฉพาะน้ำเท่านั้น ให้ได้ 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเอาน้ำส้มสายชูมาอีก 1/2 ช้อนโต๊ะ (ต้องเป็นน้ำส้มสายชูแท้นะ) ผสมให้เข้ากัน แล้วใช้สำลีมาชุบ เช็ดให้ทั่วผิวหน้าที่มีสิว สรรพคุณของกระเทียมจะช่วยขจัดสิว และน้ำส้มสายชูจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้น

ทุบกระเทียม
กำจัดสิวด้วยกระเทียมบด ผสมน้ำอุ่น
วิธีนี้ก็ง่ายอีกเช่นกัน เพียงแค่คุณเอากระเทียมมาตำให้ละเอียด แล้วเอามาผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย ทาให้ทั่วจุดที่สิวขึ้น เพียงไม่กี่วัน สิวจะลดลงและหายไปอย่างง่ายดาย (ก่อนจะตำกระเทียมควรล้างครกให้สะอาด เพราะอาจมีเศษพริกติดอยู่ ทำให้แสบหน้าได้ )
หอมแดงกระเทียม
น้ำหอมแดง กับน้ำกระเทียม
ให้เอาหอมแดงกับกระเทียม มาใส่เครื่องปั่นพร้อมๆ กันให้ละเอียด จากนั้นบีบเอาเฉพาะน้ำ แล้วเอาน้ำที่ได้มาแต้มๆ บริเวณที่เป็นสิวได้เลย ถ้าไม่อยากให้กลิ่นติดมือ อาจจะใช้ทิชชู่มาชุบก็ได้ รอประมาณ 10 – 15 นาที ค่อยล้างออก ทำวิธีนี้ 2 วันต่อ 1 ครั้ง จะช่วยรักษาสิวให้หายอย่างไว ไม่ทิ้งรอยดำจากสิวอีกด้วย
สำหรับวิธีใช้กระเทียมรักษาสิวก็จะมีประมาณนี้ ส่วนบางคนเกรงว่าน้ำกระเทียมอาจทำให้ผิวไหม้ อันนี้มันขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละท่านจริงๆ เพราะบางคนมีผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย ก็ควรจะทดสบก่อนใช้นะคะ และข้อสำคัญอย่าทาน้ำกระเทียมไว้บนผิวหน้านานเกินไป

หรือบางคนที่เอากลีบกระเทียมมาทุบให้แตก แล้วเอามาแปะที่ผิวหน้าตรงๆ เลย อันนี้อย่าทำเด็ดขาด เพราะผิวหน้าจะไหม้แน่นอน ฉะนั้นควรใช้วิธีรักษาด้วยความระมัดระวัง ที่เราอยากแนะนำเพราะมันรักษาสิวได้ผลจริง ในราคาที่ถูก และหาวัตถุดิบได้ง่ายอีกด้วย หากบทความนี้เป็นประโยชน์ ทำให้สิวบนหน้าของคุณผู้อ่านหาย เราก็ขอดีใจด้วยจ้า ขอให้มีสิวหน้าสดใส ไร้สิว สวยๆ หล่อๆ กันทุกคนค่ะ
http://www.khaoza.net


กินขนมหวานๆ เวลาไหนไม่ทำให้อ้วน มาดูกันเลย!!

กินขนมหวานๆ เวลาไหนไม่ทำให้อ้วน


 
 


 
         ของหวานๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมหรือผลไม้  ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่ไม่ว่าเป็นสาวน้อย สาวใหญ่ โปรดปรานสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังอาหารมื้อหลักก็สามารถทานได้อย่างเอร็ดอร่อยและทำให้มีความสุขแถมยังช่วยทำให้คลายเครียดได้ด้วย  แต่ภายใต้ความอร่อยและความสุขนั้น มีสิ่งหนึ่งที่สาวๆ ไม่พึงปรารถนาแอบซ่อนอยู่และพร้อมที่จะเข้าคลุกครามได้ทุกเมื่อ สิ่งๆนั้นก็คือความอ้วน ไขมัน และอาจจะก่อให้เกิดโรคร้ายหลายโรคตามมา ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง  โรคอ้วน  ซึ่งสาวๆ ต่างก็ทั้งเกลียดและกลัวไม่อยากให้เข้าใกล้เรือนร่างของเธอแม้แต่นิดเดียว และถ้ากลายเป็นสาวอ้วนก็ยิ่งจะทำให้สาวๆ ขาดความมั่นใจไปเลย  เสื้อผ้าก็หาใส่ยาก  ใส่ชุดอะไรก็ไม่สวย  อยากจะใส่สั้นเสื้อสายเดี่ยวเอวลอยโชว์สัดส่วนก็ไม่กล้า รู้สึกทำอะไรมันก็ไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกอย่าง แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ที่จะทานของหวานๆ 

 
 


 
         แต่ถ้าสาวๆ รู้จักเลือกเวลาทานของหวานให้เหมาะสมก็ไม่ทำให้อ้วนนะค่ะ และเวลาที่ดีที่สุดที่จะเพิ่มความหวานให้กับร่างกายก็คือหลังมื้อเที่ยง เพราะว่าร่างกายของเรายังมีเวลาที่จะใช้พลังงานในการเผาผลาญความหวานได้อีกหลายชั่วโมง  หรือถ้าให้ดีควรจะทานหลังมื้อเที่ยงประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะเวลานี้น้ำตาลในเลือดจะกลับมาสู่ระดับปกติ และระดับน้ำตาลในเลือดก็ไม่เพิ่มขึ้นกะทันหัน และยังเป็นวิธีการทานที่เหมาะกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่ค่ะ
 
        แต่เวลาที่สาวๆ ควรระวังให้มากที่สุดและควรจะหักห้ามใจในการทานของหวานก็คือมื้อเย็น เพราะร่างกายเราต้องการพักผ่อน ถ้าทานมื้อหนักๆ เข้าไปร่างกายก็ไม่มีเวลาที่เผาผลาญความหวานออกไปจากร่างกายเป็นผลทำให้เกิดการสะสมไขมันไว้ จนทำให้มีส่วนเกิน ขึ้นได้ ร้ายสุดๆ อาจจะกลายเป็นสาวอวบระยะสุดท้ายได้นะค่ะ

 
        ถ้าสาวๆ รู้จักเลือกเวลาในการทานของหวานให้เหมาะสม ก็ทำให้สาวๆ มีความสุขกับการทานของหวานที่แสนอร่อยแบบไม่ต้องกลัวอ้วนอีกต่อไปค่ะ





ขอบคุณภาพประกอบ www.riter.dek-d.com
ขอบคุณภาพประกอบ www.girlsallaround.com
เรียบเรียงโดย Thailand Best Beauty
ขอบคุณข้อมูลจาก  


Monday, July 6, 2015

สาวๆไม่อยากแก่เร็ว..ต้องรีบกินมังคุด!



ในแวดวงสุขภาพและความงาม หันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึง ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ ที่ผ่านมาก็มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลาย


โดยตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่ช่วยเราเลือกกินเพื่อให้ได้คุณค่าจากสารต้านอนุมูลอิสระก็คือค่า ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ซึ่งไม่ใช่การวัดปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในอาหาร หากแต่เป็น ‘ค่าความสามารถในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ’ ที่ชื่อ Peroxyl Radical นั่นเอง

จะว่าไปผักและผลไม้ของบ้านเราหลายชนิดก็มีค่า ORAC สูง หลายคนอาจนึกถึงคุณค่าของทับทิมหรือแอปเปิ้ลเขียวที่ช่วยชะลอริ้วรอยคงความอ่อนเยาว์

แต่ล่าสุดจากผลการวิจัยพบว่า มังคุดลูกม่วงๆ นี่แหละ ที่มีค่า ORAC สูงกว่าแคร์รอต ราสป์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และทับทิม เสียอีก เนื่องจากมีสารที่เรียกว่า แซนโทน พบมากที่เปลือก

ซึ่งมีส่วนช่วยระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ลดการอักเสบ ปวด แพ้ ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจที่เกิดจากคอเลสเตอรอล LDL ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่างๆ

อีกทั้งยังช่วยลดการทำลายเซลล์อันเป็นผลจากปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความแก่ได้อย่างเห็นผล

ร้อนๆ อย่างนี้หยิบมังคุดสักลูกสองลูกมากินก็คงดีไม่น้อย คนโบราณเชื่อว่ามังคุดคือผลไม้เย็น กินแล้วรู้สึกสดชื่น ทั้งยังช่วยให้อุณหภูมิร่างกายเย็นลงอีกด้วยนะคะ



บทความจาก...... เปรียว 


ต้านอนุมูลอิสระแบบง่ายๆ..แค่กินงาดำ สรรพคุณครอบจักรวาล



ทุกวันนี้เราต้องเจอกับมลภาวะทุกรูปแบบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งแสงแดด มลพิษ ฝุ่นควัน และอื่นๆ นี่เป็นเพียงปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคต่าง แต่ปัจจัยภายในอย่างเช่นความเครียดก็มีส่วนสำคัญต่อโรคภัยเช่นกันและเราจะสามารถป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากสิ่งต่างเรานี้...

อาหารการกินก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่วนผสมบางชนิดในอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ หรือธัญพืช ล้วนแต่มีสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการโรค และความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ในบรรดาอาหารที่ว่านี้มีอยู่ชนิดหนึ่งซึ่งมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์สูงมาก

นั่นก็คือ “งาดำ” ธัญพืชเม็ดเล็กๆ แต่อุดมไปด้วยเซซามิน (Sesamin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการเผาผลาญและสลายไขมัน ลดความอ้วนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาทอีกด้วย

นอกจากนี้วิตามินมากมายในงาดำยังช่วยเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ที่สำคัญในร่างกาย เช่น บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น บำรุงรากผมช่วยทำให้ผมดูดกดำ

และธัญพืชเม็ดเล็กสีดำ ที่มากประโยชน์ด้วยสารอาหารและวิตามินอย่างเช่น “งาดำ” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ

งาดำ ยังเหมาะที่จะใช้เป็นส่วนผสมในอาหารหรือขนมหลายชนิด อาทิเช่น บัวลอยน้ำขิงงาดำ อาหารประเภททอดที่คลุกงาดำ ไข่เจียวงาดำ บะหมี่งาดำ นมถั่วเหลือผสมงาดำ เป็นต้น

ที่มา...Men's Health Magazine 


มหัศจรรย์พลัง ผัก 5 สี แต่ละสีมีสารอะไรซ่อนอยู่ ???

มหัศจรรย์พลัง ผัก 5 สี แต่ละสีมีสารอะไรซ่อนอยู่ ???

Fruits and vegetables
ผัก5สี มีดีแตกต่าง
ขึ้นชื่อว่าผักผลไม้ย่อมมีสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่แล้ว แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ผักผลไม่แต่ละสีก็จะมีคุณสมบัติและสรรพคุณที่แตกต่างโดเด่นกันออกไปด้วย นักโภชนาการได้แบ่งกลุ่มอาหารตามสี 5 สี และแต่ละสีมีคุณประโยชน์โดเด่น ดังนี้ค่ะ
สารอาหารสำคัญของ ผัก5สี
1.ผักผลไม้สีเขียว
ผักและผลไม้สีเขียว ได้แก่ บล็อคโครี ตำลึง คะน้า โขม ฝรั่ง องุ่นเขียว แอปเปิ้ลเขียว องุ่นเขียว สารสีเขียวในผักและผลไม่เหล่านี้ คือ คลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดมะเร็งได้เป็นอย่างดีที ผักผลไม้สีเขียวมีไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องการขับถ่ายได้ดี ลดกรดในกระเพาะอาหาร และช่วยลดอาการภูมิแพ้ต่างๆด้วย
2.ผักผลไม้สีแดง
ผักและผลไม้สีแดได้แก่ สตอเบอรี่ มะเขือเทศ แคนเบอรี่ ทับทิม แตงโม มะละกอ ผักผลไม้สีแดงจะมีสาร ไลโคปีน (Cycopene)และ เบตาไซซีน (Betacycin)ชึ่งสารทั้ง2ชนิดนี้ มีส่วนสำคัญในการมองเห็นของเด็กๆช่วยต้านโรคมะเร็งต่างๆได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ผิวพรรณสดใส กลุามนี้เหมาะแก่การรับประทานสดมากกว่าทุกกลุ่ม เช่น สมูทตี้ คั้นน้ำสดๆแยกกาก หรือกินสดๆ ทำน้ำปั่นก็ชื่นใจ
3.ผักผลไม้สีเหลืองและสีส้ม
กลุ่มสีเหลืองและสีส้ม ได้แก่ แครอท ฟักทอง ข้าวโพด มีสารสำคัญได้แก่ ลูทีน (Lutein) ช่วยป้องกันความเสื่อมของจอประสาทตา ช่วยให้ภาพคมชัดในการมองเห็นเวลากลางคืน และมีสาร เบต้าแคโรทีน (Betacarotene) ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดความเสื่อมของเซลล์จากอนุมูลอิสระ
4.ผักผลไม้สีม่วง สีม่วงปนน้ำเงิน
ผักและผลไม้สีม่ได้แก่ แบล็กเบอรี บลูเบอรี อัญชัน กะหล่ำปลีสีม่วง มันเทศสีม่วง มะเขือม่วง มีสาร แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) มีคุณสมบัติทำลายสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำเงางามด้วย
5. ผักผลไม้สีขาว
ผักและผลไม้สีขาวได่แก่ ผักกาดขาว หัวไซเท้า ดอกผักกาด หอม กระเทียม เห็ดเข็มทอง งาขาว ธัญพืชต่างๆ สาลี่ ลูกแพร์ มังคุด แอปเปิ้ล กล้วย ผักผลไม้สีขาวนี้จะให้กากใยสูง โดยรวมแล้วต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มปริมาณวิตามินอี ในร่างกายโดยเฉพาะกลุ่มธัญพืชให้วิตามินและโปรตีนสูงเหมาะมากๆ
ในหนึ่งวันควรได้รับสารอาหารที่หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ และในแต่ละเมนูควรมีผักเป้นองค์ประกอบ ใน 1 วันควรรับประทานผลไม้อย่างน้อย 2 ชนิด หลายๆคนนิยมบริโภควิตตามินสำเร็จรูป เพราะไม่รู้ว่า วิตามินสังเคราะห์ที่นิยมบริโภคนั้นแท้ที่จริงแล้วทั้งกระปุก อาจจะมีวิตามินน้อยกว่า ผักสด1 จานใหญ่ๆซะด้วยซ้ำ วันนี้มาดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานผักผลไม้กันค่ะ

ข้อมูลจาก: mamaexpert.com


Sunday, July 5, 2015

สูตรน้าผึ้งมะนาว.. สลายพุง หุ่นเป๊ะเวอร์!!

สูตรน้าผึ้งมะนาว.. สลายพุง หุ่นเป๊ะเวอร์!!

   ปัจจุบันการดูแลรักษาร่างกายให้ผอมเพรียว เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนไม่น้อย รวมไปถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่สรรหาวิธีการควบคุมน้ำหนักมานำเสนอ ทั้งในแบบที่ถูกและในแบบที่ผิด

          ล่าสุดสูตรลดน้ำหนักที่กำลังนิยมสุด ๆ เห็นจะเป็น "มะนาวแช่อิ่มน้ำผึ้ง" หรือ "สูตรมะนาวดองน้ำผึ้ง" ที่อ้างว่าลดความอ้วน สลายพุง มีวิตามินซีสูงจากธรรมชาติแท้ ๆ แถมยังช่วยในระบบขับถ่าย ซึ่งสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่อยากผอมก็หันมาลองสูตรนี้กันยกใหญ่ว่าได้ผลหรือไม่


adp=113201">





ด้าน หมอแมว หรือ นายแพทย์ที่รักการเลี้ยงแมว เจ้าของเพจชื่อดัง ก็ได้ให้ข้อเท็จจริงผ่านทวิตเตอร์ @mor_maew   เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ว่าสูตรน้ำผึ้งมะนาวลดความอ้วนไม่ได้จริงถ้าไม่ระมัดระวัง อาจอ้วนขึ้นได้ โดยมีข้อสันนิษฐานว่า มะนาวกับน้ำผึ้งลดน้ำหนักสูตรคนไทย น่าจะพัฒนามาจากมะนาวน้ำผึ้งลดน้ำหนักของฝรั่ง ซึ่งฝรั่งจะใช้น้ำมะนาวหรือน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งจางๆแค่พอมีรสหวานนิดๆ จากนั้นผสมน้ำแล้วดื่มทุกวัน สามารถลดน้ำหนักได้จริงแต่ต้องเป็นการดื่มแทนน้ำอัดลมหรือน้ำหวานและต้องลดของหวานควบคู่ไปด้วย


          ส่วนสูตรของคนไทย คือมะนาวแช่อิ่มน้ำผึ้ง ที่มีทั้งกินมะนาวและตักน้ำผึ้งที่เหลือมากิน นอกจากไม่ลดแคลอรี่แล้วยังจะเป็นการเพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายอีกด้วย แถมยังมีการปรับสูตรให้กินเพิ่มเข้าไปเป็นเช้า-เย็นนั้น จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะในน้ำผึ้งหนึ่งช้อนโต๊ะนั้นมีปริมาณน้ำหนักประมาณ 21 กรัม ปริมาณแคลอรี่ประมาณ 66-70 กิโลแคลลอรี ซึ่งคำแนะนำของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) แนะนำว่าในผู้หญิงไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 100 กิโลแคลอรี/วัน และในผู้ชายไม่ควรเกิน 150 กิโลแคลอรี/วัน ดังนั้นการกินน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะจะให้พลังงาน 136 กิโลแคลอรี (ถ้าเทียบพลังงานกับน้ำอัดลม จะพบว่าสูตรที่กินน้ำผึ้งวันละ 2 ช้อนโต๊ะ จะให้พลังงานเพิ่มเท่ากับการดื่มโค้กกระป๋อง 1 กระป๋องเลยทีเดียว)  

ส่วนผสม
           
           มะนาวหรือเลมอนเหลือง

           น้ำผึ้งแท้ 100%

           เกลือป่น (ไว้สำหรับขัดผิวมะนาว เพื่อลดความขมจากเปลือก)

วิธีทำ


ล้างมะนาวและเลมอนให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้ง นำเกลือมาขัดที่เปลือกมะนาว (เพื่อให้น้ำมันที่เปลือกมะนาวออกมา จะช่วยลดความขม หรือใช้วิธีเลือกมะนาวลูกสีเหลือง ๆ ก็สามารถลดความขมได้เช่นกัน) จากนั้นนำมะนาวและเลมอน ไปล้างทำความสะอาดให้หมดความมันอีกครั้ง เช็ดให้แห้ง



 ฝานมะนาวและเลมอนเป็นแว่นบาง ๆ แกะเม็ดออกให้หมด


  เรียงมะนาวและเลมอนลงในโหลแก้วจนหมด จากนั้นใส่น้ำผึ้งลงไปให้เต็มขวดโหล นำเข้าแช่เย็น หมักทิ้งไว้ เป็นเวลา 3 วัน


แล้วจะกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์?

          หากอยากลดน้ำหนักด้วยมะนาวกับน้ำผึ้ง แบบวิทยาศาสตร์ ควรกินแบบน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งดื่มแทนน้ำอัดลม น้ำหวาน และชาเขียว หลีกเลี่ยงชาเขียวน้ำผึ้งมะนาวเพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลเยอะมาก

          แม้ว่าการลดความอ้วน หรือควบคุมน้ำหนักจะมีมากมายหลายวิธี แต่บางวิธีก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน การจะลดน้ำหนักและควบคุมอาหาร ควรศึกษาข้อมูลก่อนการบริโภค เพราะบางอย่างบริโภคมากไปนอกจากจะไม่ทำให้น้ำหนักลดแล้ว ยังจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักได้อีกด้วย

          สำหรับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ คุณหมอฟันธงว่า "สูตรนี้ใช้ลดไม่ได้จริงถ้าไม่ระมัดระวัง แถมอาจอ้วนได้"



ขอบคุณที่มา-http://www.kaijeaw.com/


Saturday, July 4, 2015

คลิปสอนวิธีลดหน้าท้อง ใช้เวลาน้อย หุ่นเปะไวเว่อร์


สิ่งที่เซ็กซี่สุดๆ สำหรับผู้หญิงที่ออกกำลังกายก็คือ การมีหน้าท้องกระชับ และเอวคอดๆ มีส่วนโค้งส่วนเว้า จะอวดลุคในชุดครอปท็อป หรือเดินชิลริมหาดในชุดบิกินี่ก็สวยมั่นใจได้ทุกเวลา ไม่ต้องคอยแขม่วหน้าท้อง หรือพยายามยัดตัวเองลงไปในสกินนี่ยีนส์อีกต่อไปค่ะ
ซึ่งแน่นอนว่านอกจากการทานอาหารสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว การบริหารกล้ามเนื้อนี่ล่ะ ที่จะทำให้สาวๆ ไปถึงจุดหมายได้ ดังนั้นอย่ารอช้า! มาออกกำลังกายบริหารหน้าท้องกันดีกว่าค่ะ ไข่เจียวคัดเน้นๆ เฉพาะท่ากระชับหน้าท้องมาให้แล้ว ใช้เวลาไม่นาน แต่ผลลัพธ์ดีงามมากเลยล่ะค่า สาวๆ มีเวลากันแค่ไหน ก็ลองเลือกทำตามกันได้เลยค่ะ
lat Abs in 10 Minutes Workout
บริหารหน้าท้องแบนราบ เพียงวันละ 10 นาที!
Exercises to Get a Smaller Waist กระชับเอวเล็กด้วยท่าง่ายๆ แค่วันละ 5 นาที
7 Minutes Home Ab Workouts : How To Get Rid Of Belly Fat Within 10 Days เพิ่มพลังเบิร์นไขมันวันละ 7 นาที ลดหน้าท้องได้ใน 10 วัน
adp=113201">



10 Minute Ab Workout: How to Get a Six Pack ซิกแพคส์สร้างได้แค่ 10 นาทีต่อวัน
MY GYM ROUTINE | 6 PACK ABS WORKOUT สำหรับสาวที่ชอบไปฟิตเนส แต่ไม่รู้จะบริหารหน้าท้องยังไงดีนอกจากซิตอัพกับครันช์ คลิปนี้คือคำตอบค่ะ


Friday, July 3, 2015

วิธีเร่งผมยาว เห็นผล ภายใน 1 สัปดาห์!!

วิธีเร่งผมยาว เห็นผล ภายใน 1 สัปดาห์!!




       
ถ้าพูดถึงเรื่องเส้นผมหนึ่งในปัญหายอดฮิตของสาวๆ คือ ปัญหาวิธีการเร่งทำให้ผมยาวเร็วมากขึ้น ซึ่งสาวๆ หลายคนมักจะมีปัญหาเหล่านี้อยู่เสมออันเนื่องมาจากการไปหั่นผมสั้นแล้วไม่ถูกใจหรืออยากไว้ผมยาวแต่เลี้ยงผมแล้วมันชั่งดูช้าซะเหลือเกิน
       โดยปกติแล้วความยาวของเส้นผมของคนเราจะยาวขึ้นมาประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร ในแต่ละเดือนจะช้าจะเร็วจะยาวมากหรือยาวน้อยนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ปัจจัยที่สามารถเป็น วิธีเร่งผมยาว นั้นสามารถทำได้ง่าย มีอยู่เพียงไม่กี่ข้อเท่านั้น
1. กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในหนังศรีษะช่วยเร่งทำให้ผมยาวเร็วขึ้นได้
     ยกมือของเราขึ้นไว้เหนือศีรษะและใช้ปลายนิ้วทั้ง 5 ของเรากดลงไป โดยให้นิ้วหัวแม่มือของเราลึกเข้าไปจากบริเวณขมับเล็กน้อย กดลงไปให้รู้สึกถึงแรงกดได้ จากนั้นทำการกระตุ้นหนังศีรษะโดยการหมุนวนไปเรื่อยๆ 10 – 15 ครั้งต่อจุดที่กดลงไป แล้วขยับการนวดหนังศีรษะไปเรื่อยๆ จนทั่วบริเวณศีรษะทั้งหมด การทำแบบนี้จะกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือดบริเวณหนังศีรษะได้เป็นอย่างดีจะช่วยให้เส้นผมของเรานั้นยาวเร็วขึ้นกว่าปกติได้ถึง 0.5 – 1 เซ็นติเมตร ถ้าสามารถทำแบบนี้ได้ทุกวันภายใน 1 เดือน
hair2
2. การใช้แปรงสางผมให้นานขึ้นอีก 1 ตัวช่วยเร่งผมยาว
     มองหาแปรงที่ใช้หวีผมที่มีลักษณะระหว่างซีกห่างกันพอสมควร จับถนัดมือ ถ้าส่วนปลายมีลักษณะของปุ่มกลมด้วยจะดีมากแบ่งเส้นผมเป็น 4 ส่วน (ส่วนหน้าซ้าย ขวา, ส่วนหลังซ้าย ขวา) ในการสางหรือหวีทำจุดละ 30 ครั้ง การทำแบบนี้นอกจากจะเป็นการกระตุ้นหนังศรีษะให้เส้นผมยาวเร็วขึ้นแล้วยังช่วยให้เส้นผมดูนุ่มสลวยและจัดทรงได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
3. การหมักและการบำรุงเส้นผมอยู่เป็นประจำ
     เนื่องจากการกระตุ้นหนังศรีษะอย่างเดียวแม้จะทำให้เส้นผมยาวขึ้นแต่ แต่ถ้าขาดสารอาหารที่ใช้บำรุงเส้นผมก็จะทำให้เส้นผมที่โตขึ้นมานั้นขาดง่าย กรอบ ไม่ทนต่อการทำสีผม ดังนั้นการหมักผมเป็นประจำอาทิตย์ละ หรือ สัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง เป็นประจำจะช่วยให้เส้นผมยาวเร็วขึ้นและทำให้เส้นผมมีสุขภาพดีด้วย โดยสาวๆ สามารถมองหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้นี้ผ่านร้านค้าหรือซูเปอร์สโตนชั้นนำได้เลย ไม่จำเป็นต้องเจาะจงแบรน์ใดแบรน์หนึ่งก็ได้ เพียงแค่มองหาสารประกอบหรือคำแนะนำที่ฉลากที่เหมาะสมกับสภาพเส้นผมของเราก็พอ
ถั่วเหลืองงาดำ
4. การทานอาหารที่มีส่วนผสมหรือมีสารที่ช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม
     ในกลุ่มอาหารที่สาวๆ สามารถหาทานได้ง่ายที่สุดและแลดูจะมีวิตามินและสร้างอาหารที่ช่วยเกี่ยวกับการบำรุงเส้นผมมากที่สุดตัวหนึ่งนั้นก็คือ ถั่วเหลืองและงาดำ ในถั่วเหลืองและงาดำนั้นมีสารอาหารในกลุ่มวิตามินบีและแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไม่เพียงแต่แค่เส้นผมเท่านั้น ยังรวมถึงผิวพรรณ กระดูก การขับถ่ายและอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นการทานถั่วเหลืองและงาดำเป็นประจำจึงช่วยทำให้เส้นผมของเรานั้นได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโต ช่วยเร่งการเติบโตของเส้นผมทั้งยังช่วยในการบำรุงเส้นผมได้เป็นอย่างดี ให้ดูดำเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ
สางผม
     สุดท้ายนี้ คุณจำเป็นต้องยอมรับข้อจำกัดของความสามาถในการเจริญเติบโตของเส้นผมของตัวเราเอง ในส่วนต่อมาคือมีวินัยมากพอในการดูแลและบำรุงเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ เพราะวิธีการเพียงไม่กี่ข้อนี้จะสามารถช่วยให้เส้นผมของคุณนั้นยาวได้อย่าวรวดเร็วและสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ

ขอขอบคุณสำหรับเนื้อหาจาก :  Ladytips.com 


Twitter Delicious Facebook Digg Favorites More